สนามเด็กเล่นเป็นโลกอีกใบของเด็กๆ เป็นพื้นที่ที่ทำให้เกิดมิตรภาพ รอยยิ้ม ความสนุกสนานผ่อนคลายจากการเรียน โดยเฉพาะสนามที่มีเครื่องเล่นต่างๆ จะช่วยให้น้องๆ ได้ออกกำลังกาย พร้อมกับเสริมสร้างพัฒนาการต่างๆ ไปในตัว แต่ปัจจุบันสนามเด็กเล่นบางแห่งกลับเป็นลานกว้างที่ว่างเปล่า หรือมีเพียงสไลเดอร์ ชิงช้า ม้าหมุน ตั้งอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น ที่สำคัญคือ ไม่มีน้องๆ มาเล่นกันอย่างคึกคัก

เหตุผลหนึ่งมาจากเด็กๆ ไม่มีเวลา เพราะพ่อแม่ ผู้ปกครองมุ่งให้ลูกเรียนเพียงอย่างเดียว ไม่ยอมให้ออกไปเล่นนอกบ้านตามลำพัง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆ เหตุผลที่ทำให้เด็กบางคน ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) จึงได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกแบบ “สนามเด็กเล่นสุดครีเอทีฟ” ที่มี 3 ต้นแบบสนามเด็กเล่น ได้แก่ โคเพลย์อิ้ง เพลย์กราวด์ (Co-Playing Playground), แอคทีฟเลิร์นนิ่งเพลย์กราวด์ (Active Learning Playground) และเฮาส์โฮลด์แฮ็ก (Household Hack) ภายในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561 โดย 3 นวัตกรรมดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อต่อยอดโครงการแอคทีฟ เพลย์ ของ สสส. ที่เน้นการกระตุ้นการเรียนรู้และการพัฒนาสมรรถภาพด้านร่างกายในเด็กวัย 6-14 ปีในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ชุมชน โรงเรียน และที่บ้าน โดยเริ่มนำร่องทดสอบในย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป 3 ต้นแบบสนามเด็กเล่น แต่ละแบบจะมีความแตกต่างกัน อย่างสนามโคเพลย์อิ้ง เพลย์กราวด์ เป็นการปรับปรุงสนามเด็กเล่นให้เอื้อต่อการเล่นร่วมกันของเด็กและเยาวชนในชุมชน, แอคทีฟเลิร์นนิ่งเพลย์กราวด์ เป็นการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ของครูผู้สอนที่เหมาะสมในแต่ละวิชา โดยเน้นการเรียนรู้ในในรูปแบบ Active Learning และเฮาส์โฮลด์แฮ็ก หมายถึงการประยุกต์ใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ที่ทำให้เรื่องงานบ้านกลายเป็นการเล่นที่สนุกสนาน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth