“ผมเดินไม่ได้ หายใจก็ไม่สะดวก ต้องกินแต่ยา ผมมีชีวิตอยู่เพื่อรอความตายเท่านั้น” อนิล คนขับรถแท็กซี่ ชาวเมืองเบงกาลูรู ประเทศอินเดียวัย 55 ปี กล่าวอย่างสิ้นหวัง ระหว่างเล่าเสียงของเขาขาดหายไป เป็นช่วง ๆ เพราะจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเพื่อช่วยหายใจมาหลายปี นับตั้งแต่ ล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ

ซึ่งเป็นผลพวงจากพฤติกรรมที่ทำต่อเนื่องหลายสิบปี “สูบบุหรี่” “กินอาหารไม่เป็นเวลา” และ “ตามใจปาก” ส่งผลให้อนิลต้องเผชิญ ทั้งความอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจถามหา แย่ที่สุดคือเขาต้องถูกตัดขา ไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ ทำให้ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่กับภรรยาและลูก
อนิลคือตัวอย่างของผู้ป่วยติดเตียง ที่ต้องทุกข์ทรมานด้วย “โรคเรื้อรัง ไม่ติดต่อ” หรือ NCDs โรควิกฤติแห่งศตวรรษที่ 21 ที่กำลังคุกคามสุขภาพของประชากรประเทศรายได้น้อยถึง ปานกลาง ผ่านรูปแบบของพฤติกรรมการดำรงชีวิตและอาหารการกิน
“8.8 ล้านคน” หรือเฉลี่ยเท่ากับ “24,000 คนต่อวัน” คือตัวเลขที่องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า เป็นกลุ่มประชากรในภูมิภาคเอเชียใต้ และตะวันออกต้องเสียชีวิตด้วย NCDs ในแต่ละปี
ขณะที่อีก “130 ล้านคน” กำลัง สุ่มเสี่ยงป่วยด้วยโรค NCDs ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และโรคมะเร็ง
ความท้าทายของวิกฤติสุขภาพนี้ ได้ถูกหยิบยกในการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกเพื่อการป้องกันและการควบคุมโรคไม่ติดต่อภายใต้บริบทการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก (WHO-SEARO) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 130 คนจาก 11 ประเทศในภูมิภาค เป้าหมายคือเพื่อร่วมมือกันเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างเสริมสุขภาพและ ลดปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่ปัญหาโรคไม่ติดต่อ ผ่านชุดมาตรการที่คุ้มทุน หรือ Best Buys ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth