หอศิลป์พิงพฤกษ์ก่อตั้งขึ้นโดยคุณสุรเดช กาละเสน ศิลปินชาวน่าน นอกเหนือจากงานประจำในโรงพยาบาลจังหวัดน่าน คุณสุรเดชได้อุทิศเวลาให้กับงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถของวัดมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งเคยได้รับรางวัลด้านศิลปะต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัลศิลปินดีเด่นจังหวัดน่าน สาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตกรรม ประจำปี 2542 จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

รางวัลชนะเลิศการประกวดแบบตราสัญลักษณ์ “น่านเมืองศิลปวัฒนธรรมนำสู่มรดกโลก” ต่อมาเมื่อคุณสุรเดชได้เสียชีวิตลงกะทันหันก่อนที่จะเปิดหอศิลป์จากที่ได้เริ่มต้นไว้ ทำให้คุณโสภา กาละเสน (ภรรยา) ได้มาสานงานต่อเพื่อให้หอศิลป์แห่งนี้ได้เปิดขึ้นตามความตั้งใจของคุณสุรเดช เราจึงได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนหอศิลป์แห่งนี้ และอาจเป็นเพราะความลงตัวที่แยกกันไม่ออกระหว่างบ้านและหอศิลป์ เพราะทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยภาพเขียน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ตาม โดยภายในหอศิลป์พิงพฤกษ์ นอกจากจัดแสดงผลงานภาพวาดของคุณสุรเดชแล้ว ยังมีในส่วนของบ้านศิลปะที่มีศิลปะและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จัดแสดงให้เห็นเสมือนมาบ้านของคุณปู่คุณย่าต่างจังหวัดอย่างไงอย่างนั้น และยังมีมุมด้านหนึ่ง ที่จัดแสดงโต๊ะทำงานและอุปกรณ์วาดภาพของคุณสุรเดชไว้เสมือนเป็นการระลึกถึงบรรยากาศการทำงานของผู้ก่อตั้งหอศิลป์แห่งนี้อีกด้วย และที่ชื่นชอบมากที่สุดอีกจุดก็คือ ส่วนที่จัดแสดงวิถีชีวิตท้องถิ่นในครัวมะเก่า ซึ่งสร้างเป็นครัวไฟโบราณจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณ โดยมีตัวเตาไฟที่ทำจากไม้ประกอบกันเป็นสี่เหลี่ยมใส่ดินลงไปให้เต็มพอดีขอบของไม้ ขนาดนั้นก็พอๆ กับที่จะตั้งเตาหุงหาอาหารได้ ส่วนของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ อาทิ หม้อนึ่ง หม้อข้าว ที่กวนข้าว ที่ผึ่งข้าว ถ้วย ช้อน ชาม ไห ปิ่นโต และอีกมากมาย ของใช้บางอย่างอายุอานามมากกว่าเราเสียอีก ซึ่งสามารถแสดงให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตสมัยพ่ออุ้ยแม่อุ้ยไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ได้สัมผัสของจริงด้วยตาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้หอศิลป์แห่งนี้ยังเปิดเป็นศูนย์ฝึกการวาดภาพให้กับกลุ่มเยาวชนในละแวกใกล้เคียงอีกด้วย จังหวัดน่าน เป็นเมืองแห่งความเงียบสงบและเสมือนเด็กหญิงแก้มแดงน่ารัก น่าชัง ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือวัดวาอาราม ที่คนไทยอย่างเราน่าจะไม่พลาดในการมาเยี่ยมเยียน พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว (วัดลี). ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand