รพ.พระราม9 มอบประกาศเกียรติคุณ “หมอเมย์” ยืนยันสนับสนุน “ก้าวคนละก้าว” พร้อมมอบโปรแกรมตรวจสุขภาพให้ “พี่ป๊อก” นายอิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งที่วิ่งเคียงข้าง “ตูน” ตลอดเส้นทางอีกด้วย เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ รพ.พระราม9 มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับ พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ หรือ หมอเมย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำโรงพยาบาลพระราม9 ที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงพยาบาล

ในการเป็นตัวแทนเข้าร่วมทำกิจกรรมก้าวคนละก้าว นอกจากนี้ยังได้มอบช่อดอกไม้และโปรแกรมตรวจสุขภาพให้กับนายอิทธิพล สมุทรทอง หรือ พี่ป๊อก นักวิ่งที่วิ่งเคียงข้าง ตูน บอดี้สแลม ตลอดเส้นทางอีกด้วย ด้าน พญ.สมิตดา หรือ หมอเมย์ เปิดใจถึงการเข้าทำกิจกรรมครั้งนี้ ว่า ในส่วนของตนเองดูแลในส่วนของแผนการวิ่ง การพัก และทีมกายบำบัดพี่ตูน โดยมีทีมแพทย์อื่นร่วมด้วย สำหรับในส่วนของการวิ่งที่ตนเองดูแลนั้น จากที่วางแผนและที่ผ่านมาถือว่าไม่มีอะไรที่เกินความสามารถทุกอย่างเราสามารถดูแลได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการขาดน้ำ อาการบาดเจ็บ ฮีทสโตรก หรืออะไรก็ตาม เราทำงานกันเป็นทีมมีการพูดคุยปรึกษา โดยนำหลักทางวิทยาศาสตร์มาบวกเข้าด้วยกัน ทุกอย่างจึงไม่เกินจากที่เราประเมินไว้ “ขอขอบคุณทางโรงพยาบาลพระราม9 นพ.เสถียร ที่ให้โอกาสในการไปทำชื่อเสียงให้กับโรงพยาบาล ทำด้วยความเต็มใจและเต็มกำลัง สุดท้ายอยากให้ทุกคนมีโอกาสที่เริ่มก้าว เริ่มออกกำลังกาย เพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง” 

ขณะที่ นายอิทธิพล หรือ พี่ป๊อก กล่าวว่า สำหรับการวิ่งในครั้งนี้นอกจากจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ คือหาเงินให้ 11 โรงพยาบาล เป็นกำลังใจให้หมอและพยาบาลในการปฏิบัติหน้าที่ และให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่ได้นอกเหนือจากการวิ่งในครั้งนี้ คือการที่ได้มีโอกาสเห็นรอยยิ้มของคนไทยที่มีให้แก่กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยคิด และไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น คือการที่เราได้วิ่งผ่านอำเภอบันนังสตาร์ อำเภอซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่อันตราย แต่สิ่งที่เราได้พบและเราไม่คาดคิดคือ เราได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก เห็นเด็กใส่ฮิญาบหลากสีออกมาวิ่ง ออกมารอต้อนรับ และออกมาร่วมบริจาค ซึ่งนั่นเกินความคาดหมาย นอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้จากการวิ่งครั้งนี้ คือการปลุกกระแสการให้โดยที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน การบริจาคเงินโดยที่ไม่ต้องการชื่อเสียง และสุดท้ายการให้คนเริ่มหันมาเอาใจใส่และดูแลสุขภาพของตนเอง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews