เพลิงไหม้ครั้งเดียวทำชีวิตแทบสิ้นหวัง บ้านไม้สักเก่าแก่ 100 ปี จ.สุพรรณบุรี วอดเหลือแต่ซากปรักหักพัง รถอีกเพียบเสียหาย ทั้งยังคลอกคนชราเสียชีวิตด้วย ลูกสาวล้มทั้งยืน ฝ่าเพลิงช่วยพ่อไม่ได้ เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ร.ต.อ.พิสิษฐ์ ปทุมสูติ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 86 หมู่ 5 ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมบัติ อ่อนสมบูรณ์ ผกก.ฯ นายบารมี เที่ยงธรรม กำนัน ต.บ้านกร่าง มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี และรถดับเพลิง 3 คัน พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในบ้านไม้สักทรงไทยชั้นเดียวยกพื้นสูง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งต่อสายระดมฉีดน้ำยับยั้ง แต่เพลิงแรงมากจนลุกลามไปทั่วทั้งหลัง กระทั่งผ่านไป 1 ชม.จึงควบคุมไว้ได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่าบ้านทั้งหลังเหลือแค่ซากปรักหักพัง ทรัพย์ข้าวของภายในวอดหมด รวมถึงรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บล 1540 สุพรรรบุรี รถเก๋งโตโยต้า วีออส ทะเบียน กค 3275 สุพรรณบุรี รถ จยย.อีก 5 คัน ที่สำคัญพบผู้เสียชีวิต 1 รายคือ นายเสนาะ โพธิ์ทอง อายุ 74 ปี ถูกคลอกจนเสียชีวิตในกองเพลิง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของลูกๆหลานๆที่กอดกันร่ำไห้ เนื่องจากไม่แค่สิ้นเนื้อประดาตัว แต่ยังต้องมาสูญเสียคนอันเป็นที่รักอีก

ต่อมา นางลักขณา โพธิ์ทอง อายุ 45 ปี ลูกสาวผู้ตาย ร่ำไห้จนเป็นลมล้มพับ ทำให้ลูกๆต้องเข้าไปช่วยประคอง แต่ยังพอให้การทั้งน้ำตาได้ว่า บ้านหลังนี้มีกันอยู่ 10 คน มีทั้งเด็กเล็กและคนชรา ซึ่งบิดาตนป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก่อนเกิดเหตุทุกคนกำลังหลับอยู่ ได้ยินข้างบ้านตะโกนบอกว่าไฟไหม้ เมื่อสะดุ้งตื่นมาพบเห็นไฟลุกรุนแรง  “พี่รีบเรียกให้ทุกคนตื่น และพยายามจะดับเอง แต่ทำไม่สำเร็จ ด้วยความตกใจจึงจับเด็กๆโยนหนีออกไปก่อน พอเห็นว่าลูกหลานอยู่ด้านนอกแล้ว ก็รีบฝ่ากองเพลิงเข้าไปช่วยพ่อ แต่หลังคาถล่มขวางทางจนพี่กับน้องสาวบาดเจ็บ ฝืนฝ่าเข้าไปไม่ไหว ทั้งยังสำลักควันอีก ทำให้ต้องคลานหนีออกมาก่อน สุดท้ายพ่อก็ถูกคลอกเสียชีวิต พี่เสียใจที่สุดที่ช่วยพ่อไม่ได้ พี่ทำเต็มที่แล้ว ทำจนสุดความสามารถแล้ว เสียใจที่สุด ไม่มีพ่ออีกแล้ว ไม่เหลือบ้านกับข้าวของอะไรอีกแล้วด้วย” นางลักขณา เผยแทบขาดใจ พ.ต.อ.สมบัติ กล่าวว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สักเก่าอายุเกือบ 100 ปี ทำให้เป็นเชื้อไฟอย่างดี ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากสภาพสายไฟใช้งานมานานจึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการช็อตขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews