นายกฯ ปาฐกถาพิเศษ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ยันรัฐบาลให้ความสำคัญและมุ่งมั่นแก้ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน ย้ำทุกหน่วยงานร่วมสร้างสังคมไทยให้มีสิทธิเสรีภาพ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และร่วมกันสร้างความปรองดอง ยึดกฎหมายเป็นหลัก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในงานเตรียมความพร้อมก่อนการประกาศวาระแห่งชาติ ภายใต้หัวข้อ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่จะประกาศในอีก 2 ปีข้างหน้า ระหว่างปี 2561-2562 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดย นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาและยกระดับด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งรายงานเรื่องร้องเรียนที่ต้องแยกให้ออกระหว่างการละเมิด กับการทำผิดกฎหมาย จากนั้นสรุปปัญหา แนวทางแก้ไข และความคืบหน้ารายงานให้ทราบทุกเดือน

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า งานด้านสิทธิมนุษยชนต้องดำเนินการตามหลักสากล เช่น การค้ามนุษย์และการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยรัฐบาลจะสร้างสังคมไทยให้มีสิทธิเสรีภาพ และให้ทุกคน ทั้งภาครัฐและประชาชนรู้จักหน้าที่ของตนเอง รวมถึงคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความขัดแย้งในสังคมยังมีอยู่ โดยเฉพาะการได้รับข้อมูลบิดเบือน แต่ก็ต้องเร่งสร้างความเข้าใจ เพื่อสร้างความปรองดอง

“แต่ความปรองดอง ไม่ใช่การให้ศาลยุติธรรมยกเลิกความผิดให้ทุกคนได้ เพราะไม่สามารถทำได้ กระบวนการยุติธรรม คือ การเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ เมื่อทำผิดจะรวยหรือจนก็ต้องติดคุก เว้นแต่จะหนีไปก่อน บางคนผิดหรือไม่ผิดยังไม่รู้ชัดก็หนีแล้ว พร้อมขออย่ามายุ่งกับรัฐบาลและ คสช.มากจนเกินไป ส่วนใครไม่อยากปรองดอง ก็ปล่อยไป ขอย้ำว่ากฎหมายไม่ได้มีไว้กลั่นแกล้งใคร แต่มีไว้คุ้มครองประชาชน คนดีหากมีเรื่องถูกกล่าวหา เมื่อต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ถึงที่สุดศาลก็ให้ความเป็นธรรม ตอนนี้เราคิดแบบเดิมไม่ได้ ทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง จะเอารัฐธรรมนูญฉบับเดียวมาอ้างสิทธิเสรีภาพไม่ได้ ต้องดูกฎหมายลูกที่จะออกมาเป็น 100 ฉบับประกอบ รัฐบาลเข้ามาเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ในช่วงที่บ้านเมืองมีวิกฤติ ดังนั้นต้องใช้ช่วงวิกฤติเป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศ จะปล่อยให้มีการใช้คำว่าสิทธิมนุษยชนมาบิดเบือดเพื่อสร้างความแตกแยกไม่ได้ ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะจนหรือรวย แต่ติดที่คนจนไม่มีโอกาสหนี ที่พูดไม่ได้หมายถึงใคร เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้มาวุ่นวายกับรัฐบาล และผมก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลเร่งผลักดันการดูแลด้านสิทธิมนุษยชนในสถานประกอบการตามแนวทาง เคารพ คุ้มครอง เยียวยา เพื่อให้สถานประกอบการทุกแห่งให้การดูแลแรงงานของตนเองในทุก ๆ ด้าน ซึ่งแนวทางดังกล่าว โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในกลุ่มอาเซียนที่จะนำแนวทางนี้มาดำนินการต่อ

“มีผู้เสนอให้รัฐบาลไปซื้อหุ้น ปตท. คืนในราคาพาร์ ถามกลับผู้เสนอแนวคิดว่ารัฐบาลต้องใช้เงินเท่าไหร่ ย้ำเป็นเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เช่นเดียวกับปัญหาที่ดินธรณีสงฆ์ที่ถูกระบุว่าผิดกฎหมาย หากประชาชนได้มาโดยถูกต้อง จะไปสั่งยึดคืนทันทีไม่ได้ ต้องหาแนวทางเยียวยาด้วย ขณะที่ประเทศมีเรื่องมากมาย ทุกคนควรต้องศึกษากฎหมายและหาความรู้ใส่ตัว แต่ตอนนี้คนไทยสนใจแต่ข่าวคดีที่ผู้หญิงหลอกแต่งงานกับผู้ชาย 12 คน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาระแห่งชาติที่เตรียมจะประกาศ จะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ ถอดรหัสวาระแห่งชาติ 4+3+2+1=Goal กุญแจสู่สังคมสันติสุข ประกอบด้วย 4 สร้าง คือ สร้างความตระหนัก สร้างระบบติดตาม สร้างวัฒนธรรม และสร้างเสริมการพัฒนาเครือข่าย 3 ปรับ คือ ปรับปรุงระบบฐานข้อมูล ปรับทัศนคติ ปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย 2 ขับ คือ ขับเคลื่อนองค์กรหรือจังหวัดต้นแบบ และขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ 1 ลด คือ การลดปัญหาการละเมิดอย่างต่อเนื่องให้เป็นรูปธรรม.-สำนักข่าวไทย