‘ส.นักข่าว’ ออกแถลงการณ์ “วันเสรีภาพสื่อฯโลก” จี้ คสช. ‘โละ-เลิก-ล้าง’ คำสั่งลิดรอนเสรีภาพสื่อ พร้อมเรียกร้อง กสทช. ปฏิรูปสื่อวิทยุ-โทรทัศน์ ปราศจากการครอบงำ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

ร่วมกันจัดกิจกรรมวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World press freedom day)  ภายใต้สโลแกน “ปลดล็อกคำสั่งคสช. คืนเสรีภาพประชาชน”  ต่อจากนั้น นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวฯ อ่านแถลงการณ์วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ว่า สำหรับแถลงการณ์จำนวน 4 ข้อนั้น เป็นข้อเสนอต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. ) หลายฉบับเปิดทางให้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง ควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นระยะ จึงขอเสนอข้อเรียกร้องเสนอต่อฝ่ายต่างๆ คือ 1.ให้รัฐบาล คสช. ต้องระมัดระวังการออกกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพประชาชนและสื่อมวลชน และให้ โละ เลิก ล้าง คำสั่ง คสช. ที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ 2.ให้ คสช. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  ต้องปฏิรูปสื่อวิทยุและโทรทัศน์ โดยปราศจากการครอบงำ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ  3. เรียกร้องให้ประชาชนและผู้ใช้สื่อทุกประเภท ระมัดระวังการเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ข่าวปลอม และให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และ 4. เรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนงตระหนักการทำหน้าที่ ภายใต้กรอบจริยธรรมวิชาชีพ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และพร้อมที่จะรับการถูกตรวจสอบจากสังคม ให้เป็นไปตามกฎหมาย 

จากนั้นได้มีการเสวนา หัวข้อ “ปลดคำสั่ง 0.4 เดินหน้าเสรีภาพประชาชน ” โดยน.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความและหัวหน้าฝ่ายข้อมูล ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เห็นว่า คำสั่งคสช. ที่ออกมาในช่วงการทำรัฐประหาร หลายฉบับกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และกระทบต่อเสรีภาพประชาชน โดยมีประชาชนกว่า 2000 คน ที่ได้รับผลกระทบจนต้องขึ้นศาลทหาร โดยปราศจากการถ่วงดุลหรือตรวจสอบของหน่วยงานยุติธรรม  ขณะที่สื่อเองก็ได้รับผลกระทบ จากการถูกควบคุมและถูกลงโทษจากคำสั่ง คสช. ถึง 52 ครั้ง  โดยที่สาเหตุนั้นตยมองว่าเกิดจากที่คำสั่ง คสช.นั้นเป็นคำสั่งที่ไม่มีนิยามหรือขอบเขตกำหนดที่ชัดเจน จนทำให้มีการบังคับใช้อย่างกว้างขวาง 

ด้านนายก้าวโรจน์ สุตาภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า การออกกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ ที่จะเป็นกรอบในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยที่ตนมองว่าควรจะเป็นการออกกฎหมายในลักษณะความมั่นคงทางโครงสร้าง ไม่ใช่มาจำกัดเนื้อหา ทั้งนี้ตนมองว่าสื่อออนไลน์ในขณะนี้กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ  โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น สื่อออนไลน์จะถูกใช้ในการหาเสียง ดังนั้นการเสพสื่อของประชาชนจึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน พร้อมแนะให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนจะแชร์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews